วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552




สวัสดีปีใหม่ปีนี้ขอให้มีความสุขกันทั่วหน้า คิดสิ่งใดขอให้สมปราถนา



สวัสดีปีใหม่..สวัสดีปีใหม่แล้วผองไทยจงแผ้วปวงภัยช่วยกันรับขวัญปีใหม่เถลิงฤทัยไว้มั่นสุขศรีปีใหม่หมายสุขใจและกายรวมกันสำราญสำเริงบันเทิงมั่นสุขสันต์ยิ้มกันไว้ก่อนสิ่งที่ล่วงแล้วให้แล้วกันไปอย่าได้ผูกใจอาวรณ์จับมือกันไว้อวยชัยอวยพรสุขสโมสรเริงรมย์ความพลั้งพลาดล่วงเกินอย่าหมางเมินระทมรวมน้ำใจให้เกลียวกลมจงถึงอารมณ์อภัยสวัสดีปีใหม่แล้วผองไทยจงแผ้วปวงภัยช่วยกันรับขวัญปีใหม่เถลิงฤทัยไว้มั่นสุขศรีปีใหม่หมายสุขใจและกายรวมกันสำราญสำเริงบันเทิงมั่นสุขสันต์ยิ้มกันไว้ก่อนแย้มยิ้มยินดีปรีเปรมดิ์สุขเกษมเปรมใจเรามาตั้งต้นชีวิตกันใหม่เราผูกใจไว้ไมตรีประสานน้ำใจเราไม่ให้ระคางตั้งต้นทุกทางอย่างดีมารักกันให้คงมั่นทวีร่วมกันรับปีใหม่เทอญสวัสดีปีใหม่แล้วผองไทยจงแผ้วปวงภัยช่วยกันรับขวัญปีใหม่เถลิงฤทัยไว้มั่นสุขศรีปีใหม่หมายสุขใจและกายรวมกันสำราญสำเริงบันเทิงมั่นสุขสันต์ยิ้มกันไว้ก่อน



โครงสร้างของโลก







โครงสร้างของโลกนักวิทยาศาสตร์แบ่งโครงสร้างโลกตามลักษณะมวลสารเป็นชั้นใหญ่ๆ 3 ชั้น คือ1.ชั้นเปลือกโลก(crust)เป็นเสมือนผิวด้านนอกที่ปกคลุมโลก แบ่งออกได้เป็น 2 บริเวณ คือ1.1 เปลือกโลกภาคพื้นทวีป หมายถึง ส่วนที่เป็นแผ่นดินทั้งหมด ประกอบด้วยซิลิกาและอลูมินา เป็นส่วนใหญ่
1.2 เปลือกโลกใต้มหาสมุทร หมายถึงเปลือกโลกที่ปกคลุมด้วยน้ำ ประกอบด้วยซิลิกาและแมกเนเซียมเป็นส่วนใหญ่2.ชั้นเนื้อโลก(mantle) เป็นชั้นที่อยู่ถัดจากเปลือกโลกลงไปส่วนมากเป็นของแข็ง มีความลึกประมาณ 2,900 กิโลเมตรนับจากฐานล่างสุดของเปลือกโลกถึงตอนบนของแก่นโลก ชั้นเปลือกโลกรวมกับชั้นเนื้อโลกส่วนบน เรียกว่า ธรณีภาค และชั้นเนื้อโลกที่ความลึก 100-350 กิโลเมตร เรียกว่าชั้นฐานธรณีภาค(asthenosphere) เป็นชั้นหินหลอมละลายร้อนหรือหินหนืดที่เรียกว่า แมกมา ซึ่งเคลื่อนที่หมุนวนอยู่ภายในโลกอย่างช้าๆ ชั้นเนื้อโลกมีอุณหภูมิประมาณ 2,250-4,500 องศาเซลเซียส3.ชั้นแก่นโลก(core)อยู่ในระดับความลึกประมาณ 2,900กิโลเมตรลงไป แบ่งออกได้ 2 ส่วน3.1 แก่นโลกชั้นนอก ประกอบด้วยสารเหลวร้อนของโลหะเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่3.2 แก่นโลกชั้นใน อยู่ในสภาพของ ของแข็งประกอบด้วยโลหะเหล็กและนิกเกิล เนื่องจากมึความดันและอุณหภูมิสูงมาก
เขียนโดย น.ส.ปาริฉัตร อินต๊ะเสาร์ ที่ 2:29 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น

ระบบสุริยะ





ระบบสุริยะ (Solar System) คือระบบที่ประกอบด้วย ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางมีดาวเคราะห์ (Planets) 9 ดวง ดวงจันทร์บริวารของดวงเคราะห์แต่ละดวง (Moon of sattelites) ดาวเคราะห์น้อย (Minor planets) ดาวหาง (Comets) อุกกาบาต (Meteorites) ตลอดจนกลุ่มฝุ่นและก๊าซ ซึ่งเคลื่อนที่อยู่ในวงโคจร ภายใต้อิทธิพลแรงดึงดูด จากดวงอาทิตย์ ระบบสุริยะไม่จำเป็นต้องมีแห่งเดียว ถ้าที่อื่นมีลักาณะอย่างนี้ก็เรียกว่าระบบสุริยะได้เหมือนกัน แต่ในที่นี้จะหมายถึงระบบสุริยะของเรา(เป็นเจ้าของตั้งแต่เมื่อไรฟะ..) ขนาดของระบบสุริยะ กว้างใหญ่ไพศาลมาก เมื่อเทียบระยะทาง ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ซึ่งมีระยะทางประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร หรือ 1 หน่วยดาราศาสตร์
เขียนโดย น.ส.ปาริฉัตร อินต๊ะเสาร์ ที่ 2:18 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น


กำเนิดของโลก
กำเนิดโลกเมื่อประมาณ 4,600 ล้านปีมาแล้ว กลุ่มก๊าซในเอกภพบริเวณนี้ ได้รวมตัวกันเป็นหมอกเพลิงมีชื่อว่า “โซลาร์เนบิวลา” (Solar แปลว่า สุริยะ, Nebula แปลว่า หมอกเพลิง) แรงโน้มถ่วงทำให้กลุ่มก๊าซยุบตัวและหมุนตัวเป็นรูปจาน ใจกลางมีความร้อนสูงเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบฟิวชั่น กลายเป็นดาวฤกษ์ที่ชื่อว่าดวงอาทิตย์ ส่วนวัสดุที่อยู่รอบๆ มีอุณหภูมิต่ำกว่า รวมตัวเป็นกลุ่มๆ มีมวลสารและความหนาแน่นมากขึ้นเป็นชั้นๆ และกลายเป็นดาวเคราะห์ในที่สุด (ภาพที่ 1)

ภาพที่ 1 กำเนิดระบบสุริยะ
โลกในยุคแรกเป็นของเหลวหนืดร้อน ถูกกระหน่ำชนด้วยอุกกาบาตตลอดเวลา องค์ประกอบซึ่งเป็นธาตุหนัก เช่น เหล็ก และนิเกิล จมตัวลงสู่แก่นกลางของโลก ขณะที่องค์ประกอบซึ่งเป็นธาตุเบา เช่น ซิลิกอน ลอยตัวขึ้นสู่เปลือกนอก ก๊าซต่างๆ เช่น ไฮโดรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ พยายามแทรกตัวออกจากพื้นผิว ก๊าซไฮโดรเจนถูกลมสุริยะจากดวงอาทิตย์ทำลายให้แตกเป็นประจุ ส่วนหนึ่งหลุดหนีออกสู่อวกาศ อีกส่วนหนึ่งรวมตัวกับออกซิเจนกลายเป็นไอน้ำ เมื่อโลกเย็นลง เปลือกนอกตกผลึกเป็นของแข็ง ไอน้ำในอากาศควบแน่นเกิดฝน น้ำฝนได้ละลายคาร์บอนไดออกไซด์ลงมาสะสมบนพื้นผิว เกิดทะเลและมหาสมุทร สองพันล้านปีต่อมาการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ได้นำคาร์บอนไดออกไซด์มาผ่านการสังเคราะห์แสง เพื่อสร้างพลังงาน และให้ผลผลิตเป็นก๊าซออกซิเจน ก๊าซออกซิเจนที่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบน แตกตัวและรวมตัวเป็นก๊าซโอโซน ซึ่งช่วยป้องกันอันตรายจากรังสีอุลตราไวโอเล็ต ทำให้สิ่งมีชีวิตมากขึ้น และปริมาณของออกซิเจนมากขึ้นอีก ออกซิเจนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวโลกในเวลาต่อมา (ภาพที่ 2)



ภาพที่ 2 กำเนิดโลก
เขียนโดย น.ส.ปาริฉัตร อินต๊ะเสาร์ ที่ 1:57 ก่อนเที่ยง 0 ความคิดเห็น





2 ความคิดเห็น:

  1. เยี่ยมมากน้องกล้วย เดวเกมส์ ให้จุ๊บทีนึง

    ตอบลบ
  2. กล้วยเข้ามะได้ครับรหัสมะมีง๊าบ

    ตอบลบ